ร้านแว่นตาเชียงใหม่ ศูนย์เลนส์โปรเกรสซีฟและเลนส์ชะลอสายตาสั้นในเด็ก
เลนส์โปรเกรสซีฟ (Progressive Lenses) คืออะไร
เลนส์โปรเกรสซีฟ (Progressive Lenses) คือ เลนส์แว่นตาอเนกประสงค์ที่ไร้รอยต่อ ออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาสายตาให้สามารถมองเห็นได้ชัดเจนทุกระยะ ทั้งระยะไกล ระยะกลาง และระยะใกล้ ภายในเลนส์ชิ้นเดียว
โครงสร้างและการทำงานของเลนส์โปรเกรสซีฟ
เลนส์โปรเกรสซีฟจะแบ่งพื้นที่การมองออกเป็น 3 โซนหลัก โดยไล่ค่าสายตา (Power) ลงมาจากบนสู่ล่างอย่างนุ่มนวล
- โซนบน (Distance Zone): สำหรับมองระยะไกล เช่น ขับรถ ดูทีวี เดินเที่ยว
- โซนกลาง (Intermediate Zone): สำหรับมองระยะกลาง เช่น หน้าจอคอมพิวเตอร์ หน้าปัดรถยนต์
- โซนล่าง (Near Zone): สำหรับมองระยะใกล้ เช่น อ่านหนังสือ มือถือ เย็บผ้า
- พื้นที่ด้านข้าง (Distortion Area): เป็นบริเวณที่มีภาพบิดเบือน (Aberration) ซึ่งเป็นธรรมชาติของเลนส์โปรเกรสซีฟทุกคู่
อาการของผู้มีปัญหาสายตายาวตามอายุ (Presbyopia) ที่สังเกตได้ง่ายที่สุด ได้แก่
ต้องยืดแขนออก เวลาอ่านหนังสือ เล่นมือถือ หรือดูฉลากสินค้า เพื่อให้ภาพชัดขึ้น
มองตัวหนังสือขนาดเล็กไม่ชัด โดยเฉพาะในที่ที่มีแสงสว่างน้อย เช่น ร้านอาหารมืดๆ
จากปกติที่ใช้แว่นสายตาสั้นมองได้ทุกระยะ กลับต้องยกแว่นขึ้น หรือถอดแว่นเพื่อมองใกล้
ตาพร่ามัวชั่วขณะ เมื่อต้องสลับสายตาจากการมองใกล้มามองไกล หรือมองไกลมามองใกล้
เพ่งมองนานๆ แล้วปวดหัว มักมีอาการปวดบริเวณหน้าผาก กระบอกตา หรือรู้สึกล้าตาหลังจากทำงานหน้าคอมพิวเตอร์หรืออ่านหนังสือแสบตา
น้ำตาไหล หรือรู้สึกตาแห้งง่ายกว่าปกติเมื่อใช้สายตาระยะใกล้
เลนส์โปรเกรสซีฟจำเป็นหรือเหมาะกับทุกคนมั้ย ?
เลนส์โปรเกรสซีฟไม่ได้เหมาะกับทุกคน แต่จะตอบโจทย์อย่างยิ่งสำหรับกลุ่มบุคคลต่อไปนี้:
ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป:
ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป เริ่มมีภาวะสายตายาวตามวัย กล้ามเนื้อตาเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่นในการเพ่งมองใกล้ จึงต้องยืดแขนออกเพื่อมองใกล้ หรือยกแว่นขึ้น
ผู้ที่ต้องใช้สายตาหลายระยะพร้อมกัน:
เช่น พนักงานออฟฟิศที่ต้องเงยหน้าคุยงาน (ระยะไกล) มองจอคอมพิวเตอร์ (ระยะกลาง) และจดโน้ต (ระยะใกล้) ซึ่งส่งผลต่อการสลับแว่นไปมา
ผู้ที่ไม่ต้องการพกแว่นหลายอัน:
เบื่อกับการสลับแว่นมองไกลและแว่นอ่านหนังสือไปมา
ผู้ที่ใส่ใจเรื่องบุคลิกภาพ:
เลนส์โปรเกรสซีฟไม่มีรอยต่อบนตัวเลนส์เหมือนเลนส์สองชั้น (Bifocal) ทำให้ดูเหมือนแว่นสายตาปกติ ช่วยเสริมบุคลิกภาพให้ดูอ่อนเยาว์
ค่าสายตาที่แม่นยำ (Accurate Refraction)
การตรวจวัดสายตาโดย นักทัศนมาตร (Optometrist) เป็นหัวใจสำคัญ เพราะต้องวัดทั้งค่าสายตามองไกล และค่ากำลังเพ่งมองใกล้ (Addition) อย่างละเอียด รวมถึงความสมดุลของตาทั้งสองข้าง
การเลือกโครงสร้างเลนส์
(Lens Design)
เลนส์โปรเกรสซีฟมีหลายแบรนด์ และแต่ละแบรนด์มีหลายรุ่น ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นไปจนถึงรุ่นเฉพาะบุคคล (Individual) แต่ละรุ่นจะมีการใส่เทคโนโลยีเข้าไปแตกต่างกัน เลนส์เทคโนโลยีสูงจะช่วยลดภาพบิดเบือนด้านข้าง เพิ่มมุมมองที่กว้างขึ้น และช่วยให้ปรับตัวได้ไวขึ้น
การเลือกกรอบแว่น
(Frame Selection)
ความสูงของกรอบ (Frame Height): กรอบต้องมีความพอดีกับใบหน้า ไม่หลวม หลุด รวมถึงกรอบต้องไม่กว้างใหญ่เกินไป และควรมีความสูงอย่างน้อย 30 มิลลิเมตรขึ้นไป เพื่อให้มีพื้นที่เพียงพอสำหรับการไล่ระยะสายตา กรอบแว่นต้องไม่ดัดงอหรือไหลหลุดง่าย เพราะจะทำให้โฟกัสของตาหลุดออกจากจุดกึ่งกลางเลนส์ส่งผลต่อความชัด รวมทั้งกรอบควรมีน้ำหนักเบา ไม่หนัก สวมใส่สบาย ไม่กดทับจมูก และเสริมบุคลิกภาพ
การวัดพารามิเตอร์ต่างๆ
(Fitting Parameters)
เนื่องจากโปรเกรสซีฟเป็นเลนส์ที่มีการไล่ค่าสายตาจากไกลมาใกล้ ดังนั้นการวัดจุดหรือพารามิเตอร์ต่างๆบนแว่นจึงมีความสำคัญซึ่งจะส่งผลต่อมุมมองและความชัด โปรเกรสซีฟเลนส์มีการวัดพารามิเตอร์ต่างๆ ดังนี้ วัดตำแหน่งตาดำ (PD) และความสูงของตาดำเทียบกับกรอบแว่น (Fitting Height) รวมถึงมุมเทของหน้าแว่น ความโค้ง และระยะห่างจากกระจกตาถึงเลนส์ เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการมองของผู้ใช้จริง ในการวัดพารามิเตอร์ต่างๆ ซึ่งเป็นกระบวนการที่สำคัญมากจะใช้ทั้งระบบ manual คือใช้นักทัศนมาตรและช่างแว่นชำนาญการในการวัด และยังใช้เครื่องวัดพารามิเตอร์ 3D
พฤติกรรมการใช้งาน
และความต้องการใช้งานเฉพาะบุคคล
นอกจากค่าสายตาจะส่งผลต่อการเลือกรุ่นเลนส์โดยตรงแล้ว พฤติกรรมการใช้งานเฉพาะบุคคลยังส่งผลต่อการเลือกรุ่นเลนส์โดยตรง เช่น คนที่อยู่หน้าจอคอมเป็นระยะเวลานานต้องคำนึงถึงการเลือกรุ่นหรือโครงสร้างของเลนส์มากกว่าคนที่ไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์ในการทำงานแล้ว
1. ตำแหน่งแว่นตาที่ถูกต้องมีผลต่อความชัดในระยะต่างๆ
ตั้งแต่เริ่มใช้งาน ผู้ใช้จะต้องทำความเข้าใจในการจัดตำแหน่งแว่นตาให้เหมาะสม เนื่องจากมีการไล่ค่าสายตาตามที่เรากล่าวไปข้างต้น
โดยพื้นฐาน: อันดับแรกควรวางตำแหน่งแป้นจมูกให้พอดี และขาแว่นแบบเกี่ยว หรือแบบตรง ให้กระชับกับศีรษะ ไม่แน่นหรือหลวมจนเกินไป
2. การฝึกใช้งาน มองภาพระยะไกล
ระยะไกลจะเป็นโซนใช้งานส่วนบนของเลนส์ เพียงผู้ใช้มองตรง จะสามารถมองระยะไกลได้ชัดเจน
3. การฝึกใช้งาน มองภาพระยะกลาง
ระยะกลางจะเป็นโซนที่แคบที่สุด บนโครงสร้างเลนส์โปรเกรสซีฟ ดังนั้นการฝึกใช้งานระยะนี้ จะต้องเข้าใจในเรื่องของตำแหน่งและจุดโฟกัส
จากรูป การใช้สายตาระยะกลาง เป็นระยะของการใช้งานคอมพิวเตอร์ ( PC ) , โน้ตบุ๊ก (ระยะ 60-80 cm.)
การมองผ่านเลนส์จะมองในโซนระยะกลาง โดยเหลือบตาลงเล็กน้อย
หากยังมองหาโฟกัสในระยะนี้ยาก สามารถปรับระดับหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือเก้าอี้ เพื่อให้แน่ใจว่า หน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่ต่ำกว่าระดับสายตา
4. การฝึกใช้งาน มองภาพระยะใกล้
ระยะใกล้ จะเป็นโซนที่อยู่ล่างสุดของเลนสโปรเกรสซีฟ เมื่อใช้งานสมาร์ทโฟน อ่านหนังสือ หรือเอกสารต่างๆ การใช้งานระยะนี้จะทำได้โดยการมองผ่านตำแหน่งจมูก หรือเหลือบสายตาลงต่ำ ผ่านด้านล่างของเลนส์ โดยไม่ต้องก้มหน้า หรือก้มหน้าได้เพียงเล็กน้อย
5. การฝึกใช้งาน มองภาพด้านข้าง
ตามที่อธิบายไปข้างต้น โซนด้านข้างของเลนส์โปรเกรสซีฟจะเป็นส่วนที่มีภาพบิดเบือน ทำให้ระยะนี้ใช้งานไม่ได้ ผู้ใช้จึงต้องฝึกหลบภาพบิดเบือนด้านข้างนี้ โดยการ หันทั้งศีรษะไปยังวัตถุที่ต้องการมอง ทริค สำหรับผู้ใช้มือใหม่ ในระยะ 1 – 2 สัปดาห์แรก ที่ฝึกใส่โปรเกรสซีฟ ให้หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่มีความไว ในการใช้สายตา เช่น การหันศีรษะไปมาไวๆ การทำกิจกรรมออกกำลังกายที่ต้องใช้ความเร็ว รวมไปถึงการขับขี่รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ ที่ต้องหันมองกระจกด้านข้าง
6. การฝึกใช้งาน เดินขึ้นและลงบันได
– การขึ้นบันได ให้ก้มศีรษะเพียงเล็กน้อย เพื่อมองผ่านระยะไกล หรือส่วนบนของเลนส์ – การลงบันได ให้มองผ่านส่วนบนของเลนส์เช่นกัน หรือมุมเฉียงประมาณ 45 องศา โดยหลีกเลี่ยงการมองผ่านส่วนล่างของเลนส์ ทริค สำหรับผู้ใช้มือใหม่ ในระยะ 1 – 2 สัปดาห์แรก ให้ระมัดระวัง ในการขึ้น-ลง บันได โดยจับราวบันไดขณะขึ้น-ลง หากผู้ใช้ ยังรู้สึกมองระยะบันไดไม่ชัด หรือบันไดลึกกว่าปกติในระยะแรก ให้มองภาพรวมโดยการกะระยะ
บทความเกี่ยวกับเลนส์โปรเกรสซีฟ
บทความและเคสรีวิว